ประวัติความเป็นมาศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา (National Doping Control Centre)

การจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ เป็นโครงการเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเตรียมการรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปีพ.ศ. 2541 และตั้งเป็นศูนย์ถาวรเพื่อควบคุมการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาไทยและภูมิภาค โดยมีเหตุผลว่า กีฬาถือได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป และปัจจุบันได้มีการพัฒนากีฬาในแง่ต่างๆ โดยส่วนหนึ่งได้มีการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาช่วยในการพัฒนาการเล่นและการแข่งขันกีฬาให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น ซึ่งขณะเดียวกันนักกีฬาและผู้สนับสนุนต่างก็พยายามใช้ยาหรือวิธีการต่างๆ มาช่วยเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน โดยเฉพาะการแข่งขันระดับนานาชาติ

คณะกรรมการโอลิมปิคสากล (THE INTERNATIONAL OLYMPIC COMMITTEE) จึงได้กำหนดมาตรฐานการควบคุมการใช้สารหรือวิธีการ Dope อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปีค.ศ.1900 และได้รับการยอมรับจากสถาบันกีฬานานาชาติโดยทั่วไป ดังนั้น เพื่อให้วิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศไทยเจริญก้าวหน้าเทียบเท่านานาอารยประเทศในโลก และเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในแถบประเทศกลุ่มอาเซียน จึงมีการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา (National Doping Control Centre) ขึ้นในประเทศไทย ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาได้รับการจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 มกราคม 2538 โดยให้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาขึ้นในมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่าคณะ เพื่อดำเนินการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2541 และเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาระดับต่างๆ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

ในปัจจุบันศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาได้รับความอนุเคราะห์จากคณะวิทยาศาสตร์ โดยท่านศาสตารจารย์ เกียรตคุณ ดร.นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ที่สนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งศูนย์ฯ อย่างเข้มแข็งตลอดมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานของคณะกรรมการโอลิมปิกสากกล หรือ IOC ต้องประกอบด้วยเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีระดับสูง และนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านรวมทั้งกระบวนการปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ซึ่งในปี พ.ศ. 2541 มีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองของ IOCเพียง 25 แห่งในโลก โดยศูนย์ฯ ได้รับการรับรองเป็นแห่งที่ 23 การจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่มีเทคโนโลยีระดับสูงดังกล่าวนับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมีระยะเวลาจำกัดและการดำเนินงานภายใต้ระเบียบและข้อกำหนดทาง ราชการ อีกทั้งในประเทศไทยไม่เคยมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการระดับนี้มาก่อน จึงทำให้ขาดแหล่งข้อมูลในการเรียนรู้และให้คำแนะนำ ดังนั้นศูนย์ฯจึงได้ทำความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการชั้นนำในต่างประเทศในการเป็นห้องปฏิบัติการพี่เลี้ยงที่ให้คำแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้แก่ ห้องปฏิบัติการจาก ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ห้องปฏิบัติการจาก บาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ทั้งนี้ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหิดลในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาเป็นหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่าคณะในมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2538