ประวัติความเป็นมา
ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา (National Doping Control Centre)


 

       การจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ เป็นโครงการเร่งด่วนตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อเตรียมการรับเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปีพ.ศ. 2541 และตั้งเป็นศูนย์ถาวรเพื่อควบคุมการใช้สารต้องห้ามในนักกีฬาไทยและภูมิภาค โดยมีเหตุผลว่า กีฬาถือได้ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งในการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วไป และปัจจุบันได้มีการพัฒนากีฬาในแง่ต่างๆ โดยส่วนหนึ่งได้มีการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพมาช่วยในการพัฒนาการเล่นและการแข่งขันกีฬาให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้น ซึ่งขณะเดียวกันนักกีฬาและผู้สนับสนุนต่างก็พยายามใช้ยาหรือวิธีการต่างๆ มาช่วยเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขัน โดยเฉพาะการแข่งขันระดับนานาชาติ

คณะกรรมการโอลิมปิคสากล (THE INTERNATIONAL OLYMPIC COMMITTEE) จึงได้กำหนดมาตรฐานการควบคุมการใช้สารหรือวิธีการ Dope อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปีค.ศ.1900 และได้รับการยอมรับจากสถาบันกีฬานานาชาติโดยทั่วไป ดังนั้น เพื่อให้วิทยาศาสตร์การกีฬาของประเทศไทยเจริญก้าวหน้าเทียบเท่านานาอารยประเทศในโลก และเป็นผู้นำทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในแถบประเทศกลุ่มอาเซียน จึงมีการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา (National Doping Control Centre) ขึ้นในประเทศไทย ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาได้รับการจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 10 มกราคม 2538 โดยให้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาขึ้นในมหาวิทยาลัยมหิดลเป็นหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่าคณะ เพื่อดำเนินการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2541 และเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ในการแข่งขันกีฬาระดับต่างๆ ทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

       ในปัจจุบันศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาได้รับความอนุเคราะห์จากคณะวิทยาศาสตร์ โดยท่านศาสตารจารย์ เกียรตคุณ ดร.นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ เป็นผู้ที่สนับสนุนและผลักดันการจัดตั้งศูนย์ฯ อย่างเข้มแข็งตลอดมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งห้องปฏิบัติการตามมาตรฐานของคณะกรรมการโอลิมปิกสากกล หรือ IOC ต้องประกอบด้วยเครื่องมือที่มีเทคโนโลยีระดับสูง และนักวิทยาศาสตร์ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะด้านรวมทั้งกระบวนการปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ซึ่งในปี พ.ศ. 2541 มีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองของ IOCเพียง 25 แห่งในโลก โดยศูนย์ฯ ได้รับการรับรองเป็นแห่งที่ 23 การจัดตั้งห้องปฏิบัติการที่มีเทคโนโลยีระดับสูงดังกล่าวนับเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งโดยเฉพาะเมื่อมีระยะเวลาจำกัดและการดำเนินงานภายใต้ระเบียบและข้อกำหนดทาง ราชการ อีกทั้งในประเทศไทยไม่เคยมีการจัดตั้งห้องปฏิบัติการระดับนี้มาก่อน จึงทำให้ขาดแหล่งข้อมูลในการเรียนรู้และให้คำแนะนำ ดังนั้นศูนย์ฯจึงได้ทำความร่วมมือกับห้องปฏิบัติการชั้นนำในต่างประเทศในการเป็นห้องปฏิบัติการพี่เลี้ยงที่ให้คำแนะนำและถ่ายทอดเทคโนโลยี ได้แก่ ห้องปฏิบัติการจาก ออสโล ประเทศนอร์เวย์ ห้องปฏิบัติการจาก บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
ทั้งนี้ได้มีประกาศพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหิดลในราชกิจจานุเบกษา กำหนดให้ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาเป็นหน่วยงานมีฐานะเทียบเท่าคณะในมหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ.2538 



ขั้นตอนดำเนินการก่อตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล


 

วันที่ 27 กันยายน 2533

ในการประชุมใหญ่ของสภาโอลิมปิคแห่งเอเชีย (OCA) ประเทศไทยได้รับการลงคะแนนเสียงให้รับเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี พ.ศ 2541

วันที่ 29 มิถุนายน 2536

คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 6/2536 ณ ห้องประชุมตึกบัญชาการ ชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล วาระที่ 5.4 ได้มีการมติให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา เพื่อเตรียมจัดตั้งห้องปฎิบัติการโดยให้พิจารณาในด้านการจัดหางบประมาณ การกำหนดสถาบันรับรอง และควบคุมการจัดตั้งให้ดำเนินไปตามขึ้นตอนและระยะเวลาที่กำหนด

วันที่ 7 กรกฎาคม 2536

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งที่ 237/2536 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2536 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจำนวน 11 คน

วันที่ 28 กรกฎาคม 2536

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาแต่งตั้งศูนย์ตรวจสอบสานต้องห้ามในนักีฬา ในการประชุมครั้งที่ 1/2536 ณ ห้อง 402 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล ได้มีมติเห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา และมีความเห็นว่าควรเป็นการจัดตั้งในมหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการและได้บุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถจากมหาวิทยาลัยมาสนับสนุนการดำเนินงาน แต่ในด้านการบริหารให้มีลักษณะเป็นศูนย์แห่งชาติ ไม่เป็นของมหาวิทยาลัยใดโดยเฉพาะ และให้มหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมคือมหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดทำข้อเสนมาพิจารณาในการประชุมคราวต่อไป

วันที่ 31 มกราคม 2537

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ในการประชุมครั้งที่ 1/2537 ณ ห้อง 402 ตึกบัญชาการทำเนียบรัฐบาล ได้พิจารณาข้อเสนอของมหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา และได้มีมติแต่งตั้งผู้แทนพิเศษ 3 คน คือ พล ต.จารึก อารีราชการรัณย์ น.พ.เจริญทัศน์ จินตนเสรี และ ร.ท. วิทูร แสงสิงแก้ว ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสรุปเสนคณะอนุกรรมการ ฯ พิจารณาต่อไป

 

คณะทำงานได้เข้าพบขอข้อมูลจากอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และผู้ที่เกี่ยวข้องในวันที่ 10 มีนาคม 2537 ณ สำนักงานอธิการบดี เพื่อรับทราบข้อมูลด้านมหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 25 เมษายน 2537

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ พิจารณาจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ในการประชุมครั้งที่ 2/2537 ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึก บัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล ได้พิจารณาข้อสรุปของคณะทำงาน และมีมติให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นที่ตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ พร้อมกันได้มอบหมายให้คณะทำงานไปพิจารณาเรื่องการบริหารจัดการ ประมาณงบประมาณ รูปแบบการดำเนินงาน และดำเนินการร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล ในการพิจารณากำหนดระยะเวลา ดำเนินการแต่ละช่วง ตลอดจนบุคลากรที่จะรับผิดชอบ

วันที่ 25 เมษายน 2537

คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 3/2537 ณ ห้องประชุม ตึกบัญชาการชั้น 3 ทำเนียบรัฐบาล วาระที่ 5.2 รับทราบผลการดำเนินการของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา และเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาที่มหาวิทยลัยมหิดล และมอบหมายให้รองผู้ว่าการฯฝ่ายวิชาการทำรายละเอียดเสนอพิจารณาอีกครั้ง                   

วันที่ 29 เมษายน 2537

การกีฬาแห่งประเทศไทยมีหนังสือที่ นร 6201/1728 ถึงมหาวิทยาลัยมหิดลแจ้งมติการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 3/2537 และให้มหาวิทยาลัยมหิดลแต่งตั้งผู้รับผิดชอบในการจัดทำรายละเอียดของการจัดตั้งศูนย์ฯ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

วันที่ 9 พฤษภาคม 2537

มหาวิทยาลัยมหิดลมีคำสั่งที่ 1435/2537 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการจำนวน 13 คน โดยกำหนดให้คณะกรรมการมีหน้าที่พิจารณาแนวทางการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ตลอดจนรายละเอียดของศูนย์ฯ และจัดทำโครงการจัดตั้งศูนย์เสนอมหาวิทยาลัยโดยด่วนต่อไป

วันที่ 17 พฤษภาคม 2537

มหาวิทยลัยมหิดลมีหนังสือที่ ทม 0801/6589 แจ้งการกีฬาแห่งประเทศไทย ตอบรับการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาและแต่งตั้ง ศ.พรชัย มาตังคสมบัติ และ รศ.ธงธวัช อนุคระหานนท์ เป็นผู้แทนมหาวิทยลัยมหิดลในการจัดทำรายละเอียดของการจัดตั้งศูนย์ฯ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

วันที่ 17 พฤษภาคม 2537

คณะกรรมการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา (ม.มหิดล,กกท. และคณะกรรมการการโอลิมปิคฯ) ได้มีการประชุมที่สำนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกำหนดแนวทางการจัดตั้งการดำเนินงานและองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการบริหารของศูนย์ฯ

วันที่ 18 พฤษภาคม 2537

สภามหาวิทยาลัยมหิดล ในการประชุมครั้งที่ 244 วาระที่ 6.2 ได้พิจารณาอนุมัติให้มหาวิทยาลัยดำเนินการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาต่อไปได้ โดยให้ปรับปรุงชื่อให้เหมาะสม

วันที่ 27 พฤษภาคม 2537

คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 4/2537 ณ ห้องประชุม ตึกบัญชาการชั้น 4 ทำเนียบรัฐบาล ในวาระที่ 4.6 ได้รับทราบ และเห็นชอบการจัดทำรายละเอียดการดำเนินงาน เพื่อจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา จากรองผู้ว่าฯ ฝ่ายวิชาการและได้มีมติ           

ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดลจัดทำโดรงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามนนักกีฬาแห่งชาติ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

ให้การกีฬาแห่งประเทศไทยจัดหางบประมาณในการจัดตั้ง และตั้งงบอุดหนุนการดำเนินการเฉพาะด้านการตรวจสอบ เป็นประจำทุกปีงบประมาณ

วันที่ 20 มิถุนายน 2537

คณะทำงานพิจารณาร่างโครงการจัดตั้งสำนักตรวจหาสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลได้มีการประชุม ณ ห้องประชุม 904 ชั้น 9 สำนักงานมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อพิจารณาร่างโครงการจัดตั้งฯ ที่ รศ.ธงธวัช อนุคระหานนท์ ได้จัดทำมาเสนอที่ประชุมได้พิจารณาแก้ไขในประเด็นต่าง ๆ รวมทั้งให้ความเห็นชอบองค์ประกอบของคณะกรรมการนโยบาย และคณะกรรมการบริหาร ตามที่คณะกรรมการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ได้มีข้อสรุปไว้ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2537

วันที่ 29 มิถุนายน 2537

คณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการประชุมครั้งที่ 5/2537 ณ ห้องประชุม สปน.3 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ในวาระที่ 4.1 ได้มีมติเห็นชอบโครงกานจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ที่รองผู้ว่าการฯ ฝ่ายวิชาการนำเสนอ โดยที่ประชุมเห็นควรให้เพิ่มผู้อำนวยการสำนักงบประมาณเป็นกรรมการนโยบายด้วย

วันที่ 14 กรกฎาคม 2537

มหาวิทยาลัยมหิดล มีประกาศเรื่อง จัดตั้งโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 19 กรกฎาคม 2537

มหาวิทยาลัยมหิดลมีคำสั่งที่ 2390/2537 เรื่อง แต่งตั้งผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ โดยได้แต่งตั้งให้ รศ.ธงธวัช อนุคระหานนท์ เป็นผู้อำนวยการโครงกานฯ

วันที่ 10 สิงหาคม 2537

มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือที่ ทม 0801/10840 ถึงทบวงมหาวิทยาลัยนำเสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติเพื่อให้คณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัยพิจารณา

วันที่ 19 สิงหาคม 2537

มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือ ทม 0801/11277 ถึงประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2538 ขอความสนับสนุนการขอแปรญัติของการกีฬาแห่งประเทศไทย งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2538 ในวงเงิน 24,850,000 บาท แก่ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ ซึ่งจะจัดตั้งที่มหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 19 สิงหาคม 2537

มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือที่ ทม 0801/11278 ถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณา ขอความสนับสนุนการแปรญัตติ (เรื่องเดียวกัน)

วันที่ 22 สิงหาคม 2537

ประธานคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีบันทึกที่ นร 6201/3509 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เสนอโครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติเพื่อให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ

วันที่ 2 กันยายน 2537

เลขาคณะรัฐมนตรีมีหนังสือที่ นร 0202/ว(ล)11403 เสนอเรื่องการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ มหาวิทยาลัยมหิดลให้สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ และทบวงมหาวิทยาลัย เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี

วันที่ 19 ตุลาคม 2537

สำนักงาน ก.พ. ได้มีหนังสือที่ นร 0707.3/530 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา เป็นหน่วยงานระดับคณะขึ้นตรงต่อมหาวิทยาลัยมหิดล โดยให้มีการดำเนินการเป็นโครงการร่วมกันระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยและมหาวิทยาลัยมหิดล และเมื่อหน่วยงานมีความพร้อมควรให้เปลี่ยนรูปแบบเป็นองค์การอิสระในลักษณะเชิงพาณิชย์
ส่วนเรื่องชื่อยังไม่เห็นควรให้ใช้ชื่อว่า แห่งชาติ

วันที่ 20 ตุลาคม 2537

สำนักงบประมาณมีหนังสือที่ นร 0408/1026 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งผลการพิจารณา

เห็นควรให้จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ณ มหาวิทยาลัยมหิดล

เห็นควรให้อนุมัติให้มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นผู้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ ฯ และอนุมัติในหลักการวงเงินค่าจัดตั้งเป็นจำนวนทั้งสิ้น 39,305,600 บาท

ให้มหาวิทยาลัยมหิดลเตรียมงานบางส่วน โดยในปีงบประมาณ 2538 ให้ดำเนินการขั้นตอนตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างให้ได้รับจ้างพร้อมที่จะทำสัญญา ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ พ..ศ 2539 และให้มหาวิทยาลัยมหิดลเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณา 2539 ตามที่ได้เสนอวงเงินไว้ในข้อ 1.2

รวมทั้งขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทย เสนอขอตั้งงบประมาณ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ในระหว่างการจัดการแข่งขัน ตามช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้และตามความจำเป็นต่อไป

วันที่ 2 ธันวาคม 2537

ทบวงมหาวิทยาลัยมีหนังสือที่ ทม 0204(3)/29297 ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งผลการพิจารณาว่า เห็นสมความให้การสนับสนุนให้มหาวิทยาลัยมหิดล จัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา

วันที่ 8 ธันวาคม 2537

คณะกรรมการทบวงวิทยาลัยในการประชุม ครั้งที่ 5/2537 ได้มีมติให้ชลอการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล โดยเห็นว่าหน่วยงานนี้ควรอยู่ในความรับผิดชอบของการกีฬาแห่งประเทศไทยมากกว่ามหาวิทยาลัยมหิดล

วันที่ 29 ธันวาคม 2537

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือ นร 0202/3458พ. ถึงรองนายกรัฐมนตรี (นายบัญญัติ บรรทัดฐาน) เสนอผลการพิจารณาการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาแห่งชาติ จากสำนักงาน ก.พ. สำนักงานงบประมาณและทบวงมหาวิทยาลัย และเสนอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

วันที่ 10 มกราคม 2538

คณะรัฐมนรตรีได้มีมติเห็นชอบ โครงการจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา และอนุมัติให้ดำเนินการต่อไปได้ โดยชื่อของศูนย์ฯ ให้ตัดคำว่าแห่งชาติออก สำหรับเรื่องวงเงินค่าจัดตั้งศูนย์ฯ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา ระหว่างการจัดการแข่งขัน ให้ดำเนินการตามความเห็นชอบของสำนักงบประมาณ และเมื่อหน่วยงานมีความพร้อม ให้ศูนญ์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬาเปลี่ยนรูปแบบเป็นองค์กรอิสระ ในลักษณะเชิงพาณิชย์ตามความเห็นของสำนักงาน ก.พ.

วันที่ 16 มกราคม 2538

สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือที่ นร 0202/575 แจ้งปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีให้ทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2538

วันที่ 20 มกราคม 2538

สำนักนายกรัฐมนตรีมีบันทึกที่ นร 1201/628 แจ้งให้มีการกีฬาแห่งประเทศไทยทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2538                       

วันที่ 20 มกราคม 2538

มหาวิทยาลัยมหิดลมีหนังสือ ที่ ทม 0801/721 แจ้งทบวงมหาวิทยาลัยให้ทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2538

วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2538

การกีฬาแห่งประเทศไทยมีหนังสือ ที่ นร 6206/0782 แจ้งมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2538

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2538

มหาวิทยาลัยมหิดลมีบันทึกที่ ทม 0801/2421 ส่งรายละเอียดเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2538 ให้ทบวงมหาวิทยาลัยทราบ

วันที่ 9 มีนาคม 2538

คณะกรรมการทบวงวิทยาลัยในการประชุมครั้งที่ 2/2538 วาระที่ 1.3 ได้รับทราบมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2538

วันที่ 24 เมษายน 2538

ทบวงมหาวิทยาลัยมีบันทึกที่ ทม 0204(3)/8257 แจ้งผลการประชุมของคณะกรรมการทบวงมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 2/2538 และให้มหาวิทยาลัยจัดส่งเอกสารที่จำเป็นให้ทบวงมหาวิทยาลัยต่อไป

วันที่ 12 มิถุนายน 2538

ทบวงมหาวิทยาลัยมี หนังสือที่ ทม 0204(3)/12604 ส่งร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบต้องห้ามในนักกีฬา และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัยเรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่.....) พ.ศ........(การจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา)ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไป

วันที่ 19 มิถุนายน 2538

สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมี หนังสือที่ นร 0203/6275 แจ้งทบวงวิทยาลัยว่าได้จัดส่งร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัยดังกล่าวให้ สำนักวบประมาณพิจารณาให้ความเห็นต่อไป

วันที่ 23 มิถุนายน 2538

ทบวงมหาวิทยาลัยมีหนังสือที่ ทม 0204(3)/13866 แจ้งมหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2538

วันที่ 26 มิถุนายน 2538

สำนักงบประมาณมีหนังสือที่ นร 0406/26690 แจ้งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผลการพิจารณาว่าเห็นควรกำหนดอำนาจหน้าที่ ตามร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล พ.ศ...........และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล (ฉบับที่.......)พ.ศ........ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยมหิดลพิจารณาเกลี่ยอัตรากำลังที่มีอยู่ให้ศูนย์ฯ ตามความเหมาะสมกับปริมาณและคุณภาพของงาน

วันที่ 17 กรกฎาคม 2538

สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีหนังสือ นร 0214/ว (ล) 7676 ถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา แจ้งมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ตามที่ทบวงมหาวิทยาลัยเสนอ และขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการตรวจพิจารณาร่างฯ ดังกล่าว ตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไป

วันที่ 21 กรกฎาคม 2538

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือที่ นร 064/1354 แจ้งมหาวิทยาลัยมหิดล ให้จัดตั้งผู้แทนไปร่วมชี้แจงรายละเอียด ในการประชุมเพื่อตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัยดังกล่าว ในวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2538

วันที่ 9 สิงหาคม 2538

ผู้แทนมหาวิทยาลัยมหิดลและผู้แทนมหาวิทยาลัย ได้ร่วมประชุมชี้แจงรายละเอียดร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัย ณ ห้องประชุม 102 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

วันที่ 22 สิงหาคม 2538

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีหนังสือที่ นร 0604/1534 แจ้งทบวงมหาวิทยาลัยถึงผลการตรวจพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกา และร่างประกาศทบวงมหาวิทยาลัย แต่ได้นำเสนไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปแล้ว

วันที่ 29 สิงหาคม 2538

ทบวงมหาวิทยาลัยมีหนังสือที่ ทม 0204(3)/19643 แจ้งมหาวิทยาลัยมหิดลพร้อมส่งสำเนาหนังสือที่ นร 0604/1534 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2538 ให้ทราบ

วันที่ 23 พฤศจิกายน2538

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรางลงพระปรมาภิไธยในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งส่วนราชการในมหาวิทยาลัยมหิดล ทบวงมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2538

วันที่ 28 พฤศจิกายน2538

สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศพระราชกฤษฎีกา     ดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 112 ตอนที่ 48ก ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2538

               

               

body { filter: progid:DXImageTransform.Microsoft.BasicImage(grayscale=1); /* IE */ -webkit-filter: grayscale(1); /* Chrome, Safari */ filter: grayscale(1); /* Firefox */ }